Menu Close

โทษของ Fake News เกี่ยวกับการเมือง และวิธีการป้องกันตัวเองจากพวกมัน !

ปัจจุบันนี้โซเชียลมีเดีย มีหน้าที่เป็นสื่อที่รวดเร็ว ทันสมัย และแถมยังมีอิทธิพลสูงมากอีกด้วย ทุก ๆ คนสามารถมีพื้นที่ในการเป็นสื่อของตนเองได้ สามารถสร้างสื่อ และสร้างข่าวของตัวเองได้ นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหลัก ๆ ที่ว่า ทำไมข่าวปลอมถึงได้มีอยู่ทั่วไปในปัจจุบันนี้

เรื่องการเมืองเองก็เช่นกัน เนื่องจากข่าวการบ้านการเมืองเหล่านี้ เป็นข่าวที่จะต้องอัพเดตเหตุการณ์กันแบบ ชั่วโมงต่อชั่วโมง กันเลยทีเดียว ทำให้มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองเกิดขึ้นมาในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก และเกิดขึ้นโดยบางครั้งยังไม่มีการตรวจสอบข่าวที่ดีมากเพียงพอ เนื่องจากทุกคนต่างแย่งกันเป็น “คนแรก” ที่ได้ลงข่าวนั้น ๆ ซึ่งอาจจะทำให้ข่าวที่ออกมาเหล่านั้น ไม่เป็นความจริงก็เป็นได้

ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึง โทษที่เกิดขึ้น จากการส่งต่อข่าวปลอมเกี่ยวกับการเมือง ข่าวปลอมเหล่านั้นจะสร้างปัญหาอย่างไรบ้าง มาดูกัน !

ผู้ถูกแอบอ้างได้รับความเสียหาย

ยกตัวอย่างเช่น ถูกล้อเลียน ดูหมิ่น กลั่นแกล้งรังแก (bully) เพราะข้อมูลเท็จที่เกิดจากการตัดต่อให้ดูตลกขบขัน ก่อให้เกิดความเกลียดชังจากข้อมูลเท็จเชิงใส่ร้ายป้ายสี ยกตัวอย่างเช่น ข่าวนักการเมืองดื่มกาแฟแก้วละ 12,000 บาท ทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ

ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม

โดยเฉพาะข้อมูลเท็จทางด้านการเมือง มักทำให้สังคมเกิดความขัดแย้ง แตกแยก จากการแอบอ้างบุคคลสำคัญต่างๆ หรืออาจจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดในระดับครัวเรือน ระดับสังคม และอาจก่อให้เกิดปัญหาระดับประเทศได้

ผู้รับได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง

ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด อาจส่งผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เช่น มีการแชร์ข่าวว่ารัฐบาลได้เปิดบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย แล้วนำบัญชีของตนเองใส่เข้าไปในข่าว แทนที่จะเป็นบัญชีจริงของรัฐบาล ทำให้ผู้ที่หลงเชื่อบริจาคเงินเข้าไปให้ผู้ที่สร้างข่าวปลอมขึ้นมา

ผู้รับข่าวปลอมเกิดความตระหนกตกใจ

ยกตัวอย่างเช่น การแชร์ข่าวบุคคลสำคัญทางด้านการเมืองเสียชีวิตหรือถูกดำเนินคดี ทำให้ผู้คนเกิดความตกใจกับข่าว และมีการพูดถึงเป็นวงกว้างเกี่ยวกับข่าว

ผู้รับข่าวปลอมจะเกิดการลังเลเมื่อเห็นข่าวแนวนี้อีกครั้ง

ผู้รับข่าวปลอม แม้จะมีข่าวสารที่ถูกต้องมายืนยันอีกครั้ง แต่ก็มีแนวโน้มที่อาจลังเลหรือไม่เชื่อข้อมูลจริง เนื่องจากได้เชื่อเนื้อหาในข่าวนั้นไปแล้ว จนทำให้เข้าใจในตัวของบุคคลที่ถูกกล่าวหาในเนื้อข่าวผิด

นอกจากนี้ เรายังมีวิธีการป้องกันตัวจากข่าวปลอมที่เกี่ยวกับการเมืองกันอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมกันได้เลย !

ยอดไลค์และแชร์ไม่ใช่ทุกสิ่ง

อาจจะพูดได้ว่ายอดไลค์และแชร์ในเฟสบุ๊คอาจจะเป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจได้ว่าข้อมูลนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน แต่ใครจะรู้ว่าข้อมูลนั้นอาจจะเป็นข้อมูลลวงที่ผู้อื่นก็ไม่รู้เหมือนกันก็ได้ จึงทำให้ถูกหลอก และพอมีผู้อื่นมาเห็นว่าข้อมูลนี้มีผู้ไลค์ แชร์ เยอะ ก็เลยเชื่อ

ภาพประกอบโดย Freepik

ใช้ตัวช่วยในการตรวจหาข่าวปลอม

มีเครื่องมือหลายชิ้นที่เราสามารถใช้เพื่อตรวจสอบว่าข่าวที่เรากำลังอ่านเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม หนึ่งในนั้นก็คือเว็บไซต์ FactCheck.org ที่รวบรวมข่าวเท็จทั้งหมดที่พบเห็นบนอินเทอร์เน็ต พร้อมกับให้ข้อมูลที่ถูกต้องกำกับเอาไว้ด้วย ถ้าหากผู้ใช้งานหาเรื่องที่ต้องการไม่เจอก็สามารถส่งคำถามไปถามกองบรรณาธิการได้ หรืออีกเว็บไซต์หนึ่งก็คือ Snopes ที่มีวิธีการทำงานในแบบเดียวกัน ดังนั้นถ้ามีข่าวไหนที่เราไม่มั่นใจก็สามารถเข้าไปค้นหาจากคีย์เวิร์ดบนเว็บไซต์ได้ หรือใกล้ตัวขึ้นมาในบ้านเราก็มีสื่อที่เสนอตัวช่วยตรวจสอบเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นบนอินเทอร์เน็ตแทนให้ อย่างเช่นรายการ “ชัวร์ก่อนแชร์” ที่นำโดยคุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ หรือ @yoware โดยหยิบสิ่งที่คนแชร์กันบนโลกออนไลน์และมาตามหาความจริงว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือไม่ ถ้าหากคอยติดตามรายการนี้อยู่เรื่อย ๆ ก็จะทำให้เราได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสร้างภูมิคุ้มกันให้เราไม่เชื่ออะไรที่เห็นบนอินเทอร์เน็ตง่าย ๆ อีกต่อไป

ภาพหน้าเว็บไซด์ FactCheck.org

วิเคราะห์เนื้อหาข่าว

ก่อนที่เราจะเชื่อในข่าวอะไรก็ตาม เราควรจะดูรายละเอียดของข่าวนั้นก่อนว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน อาจจะดูแบบผิวเผินได้ว่า ภาพที่ใช้มีความละเอียดต่ำ อ้างผลวิจัยแต่ไม่มีผลวิจัยมาให้ดู มีอ้างชื่อหมอหรือดอกเตอร์คนอื่น แต่พอค้นหาแล้วกลับไม่เจอ

ภาพโดย Kapook

ประโยคเด็ดที่ข่าวปลอมมักจะใช้

เรามักจะเจอข่าวปลอมที่ชอบลงท้ายด้วยคำว่า ส่งต่อให้คนที่คุณรัก เตือนคนที่คุณรัก หรือขึ้นต้นด้วยคำว่า ระวัง เตือนภัย หรือ ช้าก่อน ซึ่งการลงท้ายและขึ้นต้นพวกนี้ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดจะเป็นข่าวปลอม แต่มันเป็นจุดที่เรียกความสนใจและให้เราคล้อยตามได้ง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หลังจากอ่านบทความแล้วจึงควรตรวจเช็คข่าวอีกทีว่ามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน

ภาพประกอบข่าว และหัวข้อข่าวจากเว็บไซด์ข่าวปลอมแห่งหนึ่ง

ตรวจสอบชื่อผู้เขียนข่าว หรือสำนักข่าวให้ดี

ในหลายๆครั้งที่ข่าวปลอมมักถูกสร้างขึ้นมาจากบอท(bot) แต่เราจะสังเกตได้ยังไงว่า user นี้ที่ให้ข่าว เป็นบอทที่ถูกสร้างขึ้นมา มีวิธีสังเกตง่ายๆ ด้วยกันคือ ชื่อแอคเคานท์คล้ายๆกัน แอคเคานท์ถูกสร้างในวันเดียวกันเป๊ะๆโพสต์ลิงก์ไปที่เว็บไซต์เดียวกัน ใช้สำนวนเหมือนกันเขียนผิดไวยากรณ์เหมือนกัน ติดตามกันเองหรือติดตามแอคเคานท์อื่นๆ ที่มีความคล้ายคลึงกัน ใช้เครื่องมือชนิดเดียวกัน อย่างเช่น ตัวย่อ URL เดียวกัน แอคทีฟในช่วงเวลาเฉพาะเจาะจงช่วงใดช่วงหนึ่ง มีโปรไฟล์คล้าย ๆ กัน ใช้ภาพโปรไฟล์เป็นภาพทั่ว ๆ ไป เช่นภาพคนที่หาเอาได้จาก Google ก็เป็นได้

บอท (Bot) ที่ทำการลงเนื้อหาข่าวปลอม เผยแพร่ลงบนเว็บไซด์ Twitter

ตรวจสอบว่าสำนักข่าวใหญ่ที่น่าเชื่อถือมีการเขียนข่าวนี้หรือไม่

ตรวจสอบว่ามีเว็บไซต์หรือแหล่งข่าวอื่นที่เผยแพร่ข่าวเดียวกันหรือไม่ หากมีเพียงแหล่งข่าวเดียว ก็อาจเป็นไปได้ว่าเป็นข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือเป็นข่าวปลอม เพราะว่าไม่มีผู้อื่นเขียนข่าวนี้ออกมาเลย

หากเป็นข่าวปลอม สำนักข่าวที่น่าเชื่อถือจะนำเอาข่าวปลอมออกมาประกาศว่าเป็นข่าวปลอม
ภาพตัวอย่างจากเว็บไซด์ workpointnews

สิ่งที่เราชอบ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราควรเชื่อ

ในปัจจุบัน สื่อโซเชียลมีเดียนั้นมีระบบการประมวลผลที่ มักจะเอาสิ่งที่เราชอบแชร์ ชอบคอมเม้น หรือชอบดู ขึ้นมาแสดงให้เราดู แม้กระทั่งข่าวก็เช่นกัน ระบบจะนำเสนอแต่ข่าวที่เราสนใจและชอบขึ้นมา แต่ข่าวนั้นอาจจะเป็นข่าวปลอมก็ได้ เราจึงควรตรวจเช็คอีกทีว่าข่าวนั้นเป็นข่าวจริงมั้ยก่อนจะแชร์หรือบอกต่อ

ลดการใช้อคติในการเสพข่าว

เนื่องจากการใช้อคติในการเสพข่าวนั้นจะทำให้เราลืมเรื่องเหตุและผลไปว่า ข่าวนั้นมีมูลเหตุแค่ไหน น่าเชื่อถือแค่ไหน จึงอาจทำให้เราหลงเชื่อในข่าวปลอม และแชร์ข่าวนั้นให้กับเพื่อนหรือญาติพี่น้องต่อไปได้

ภาพตัวอย่างเนื้อหาข่าว “เบิกงบกาแฟแก้วละ 12,000 บาท” ในเว็บไซด์ข่าวปลอมที่ถูกลบไปแล้ว
ภาพถูกเก็บไว้โดย ไทยโพสต์

อย่าเชื่อในสิ่งที่คนรู้จักส่งมาทั้งหมด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวปลอมส่วนใหญ่ที่แชร์กันในไลน์นั้นมักมาจากคนรู้จักของเราส่งต่อๆกันมาทั้งนั้น อย่าพึ่งไปเชื่อเรื่องที่ญาติหรือคนรู้จักส่งมา และตรวจสอบข้อมูลของข่าวนั้นก่อน แล้วจึงค่อยตัดสินว่าเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม หากเป็นข่าวปลอมเราควรบอกญาติหรือคนรู้จักเราว่าเป็นข่าวปลอม จะได้ไม่มีการส่งต่อเพิ่มไปอีก

ภาพจำลองเหตุการณ์ หากญาติผู้ใหญ่ส่งลิงค์ข่าวปลอมมาให้ดู ให้ระวังไว้ก่อน อย่าเพิ่งเชื่อโดยง่าย

จะเห็นได้ว่า ข่าวปลอมแต่ละข่าวนั้น มีจุดเด่นของมันที่จะทำให้รู้ได้ชัดเจนเลยว่า ข่าวเหล่านั้นเป็นข่าวปลอม ซึ่งถ้าหากว่าเราสังเกตดีๆ จะทำให้เราได้รู้ว่า ข่าวเหล่านั้นเป็นข่าวปลอม และไม่มีความน่าเชื่อถือใดๆ ก็จะทำให้เราสามารถอ่านข่าวการเมืองได้อย่างมีวิจารณญาณมากขึ้นได้นั่นเอง

ขอให้ทุกคนอ่านข่าวกันแบบมีวิจารณญาณนะครับ

หมายเหตุ : ภาพจำลองเหตุการณ์นี้เป็นเพียงเหตุการณ์สมมติเท่านั้น ชื่อของตัวละคร และภาพโปรไฟล์นั้นเป็นเพียงภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น ไม่ได้มีการพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่อย่างใด

ที่มาของเนื้อหา :
ภาพหัวข้อเรื่องโดย Boston University College of Communication
https://www.salika.co/2019/01/20/howto-be-safe-from-fake-news/
https://www.sanook.com/campus/1394945/
https://www.catcyfence.com/it-security/article/fake-news-bots/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *